บาร์เบลล์ (Barbell)

บาร์เบลล์ (Barbell) อุปกรณ์ออกกำลังกายสุดฮิต สร้างกล้ามเนื้อฟิตแอนด์เฟิร์ม

1

                บาร์เบลล์ (Barbell) จัดเป็นอุปกรณ์เล่นกล้ามอีกอย่างหนึ่งที่คนเล่นกล้ามนิยมใช้ ซึ่งถ้าพูดถึงบาร์เบลล์ (Barbell) อาจจะบอกไม่ได้ว่าเริ่มเล่นมาตั้งแต่สมัยไหน แต่อย่างน้อยหากย้อนกลับไปสักช่วงพันกว่าปีโน้น ยุคกรีกโรมันรุ่งเรือง ร่างกายของมนุษย์จะถูกแยกประเภทแล้วทั้งเป็นแบบแข็งแกร่ง (นักรบ) และกล้ามเนื้อร่างกายงดงาม (เป็นชายบำเรอสำหรับชายชนชั้นสูง) ส่วนที่มีทั้งร่างกายแข็งแรงและงดงามในคนเดียวกันนั้นก็ถูกกำหนดให้เป็นนักกีฬา ซึ่งในสมัยนั้นอาจจะเล่นกล้ามด้วยแผ่นเหล็ก แผ่นอิฐก็เป็นได้ควบคู่กับการดูแลเรื่องอาหารการกินไปด้วย

แต่ที่เห็นชัดคือช่วงปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ.2443) ช่วงนั้นคนอเมริกาให้ความสนใจกับเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างมากและสร้างค่านิยมที่ให้การยกย่องผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง และคนหนึ่งที่โด่งดังมากในสมัยนั้นในการเดินสายโชว์กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งงดงามของตนเองก็คือ ยูจีน แซนดาว (Eugene Sandow) ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาสามารถยกคน 2 คนขึ้นจากพื้น และสามารถยกลูกเหล็กขนาดใหญ่ที่คน  2 คนยกไม่ไหวได้ด้วยมือข้างเดียว ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งที่ทำให้ยูจีน แซนดาวดังเป็นพลุแตก แต่เพราะเขามีความแข็งแกร่งควบคู่กับความงดงามนี่เองที่ทำให้เขาเป็นคนหนึ่งในการสร้างทัศนะเกี่ยวกับรูปร่างเพศชายในเรื่องความสมส่วนและพัฒนาการของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากนึกไม่ออกให้ลองนึกภาพชายงามที่โชว์สัดส่วนกล้ามเนื้อด้วยการโพสต์อวดกล้ามเนื้อบนเวทีและมีใบไม้ปิดเพียงของสงวนเท่านั้น นั่นแหละยูจีน แซนดาวล่ะ เขาถือเป็นคนที่กษัตริย์ จอร์จ แห่งประเทศอังกฤษ ให้นามว่า “ผู้เชี่ยวชาญการสร้างกล้ามเนื้อให้ยิ่งใหญ่ด้วยระบบวิทยาศาสตร์” ที่สำคัญกว่านั้นเขายังมีรายได้มากถึง 1 พันเหรียญต่ออาทิตย์จากการขายบาร์เบลล์ (Barbell) และดัมเบลล์ (Dumbbell) ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าร่างกายที่แข็งแกร่งและงดงามของเขาเป็นตัวชี้นำการซื้อขายอุปกรณ์ออกกำลังกาย และทำให้เห็นว่า ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนการเพาะกล้ามให้แข็งแกร่งงดงาม 2 สิ่งที่ถูกหยิบมาให้เป็นอันดับต้นๆ จึงหนีไม่พ้นบาร์เบลล์ (Barbell) และ ดัมเบลล์ (Dumbbell)

2

 

แยกความแตกต่างระหว่างบาร์เบลล์ (Barbell) และดัมเบลล์ (Dumbbell)

บาร์เบลล์ (Barbell) เป็นอุปกรณ์ที่มีชิ้นเดียว และเน้นสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ  เช่นกล้ามเนื้ออกบน กล้ามเนื้อหลังบน เป็นต้น ส่วนดัมเบลล์ (Dumbbell) นั้นนิยมเล่นกล้ามแบบเป็นคู่ๆ โดยโฟกัสที่กล้ามเนื้อมัดเล็กมากกว่า แต่เพื่อความแข็งแกร่งที่งดงามสมส่วน นักเล่นกล้ามจึงไม่มีใครใช้ดัมเบลล์ (Dumbbell) หรือบาร์เบลล์ (Barbell) อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องเล่นควบคู่กันไป

ทำไมนักเล่นกล้ามต้องเล่นบาร์เบลล์ (Barbell)

บาร์เบลล์ (Barbell) เป็นอุปกรณ์เล่นกล้ามที่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้มากกว่าดัมเบลล์ และอุปกรณ์แยกชิ้นอย่างแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์ รวมทั้งแผ่นน้ำหนักก็ยังสามารถใช้บริหารกล้ามเนื้อในบางท่าแทนดัมเบลล์ (Dumbbell) ได้ด้วย

3

ประเภทของแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์ แบ่งออกเป็น 7 ประเภท
1.แกนบาร์เบลล์แบบตรง โดยแบ่งย่อยออกได้อีก 3 แบบตามลักษณะการล็อก

3.1

1.1 แกนเกลียวหรือคานเกลียว สังเกตที่ส่วนปลายของแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์จะเป็นเกลียวและมีวงแหวนสวมเป็นตัวล็อกแผ่นน้ำหนักกับคาน ข้อดีของแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์ประเภทนี้คือแน่นหนา แต่ในการเปลี่ยนหรือเพิ่มแผ่นน้ำหนักต้องคลายตัวล็อกทำให้ช้าและเสียเวลา

1.2 แกนสปริงหรือคานสปริง แกนบาร์เบลล์ประเภทนี้จะมีตัวล็อกแผ่นน้ำหนักเป็นแบบก้านสปริง หากจะเพิ่มหรือปรับน้ำหนักบาร์เบลล์ (Barbell) ก็ทำได้ด้วยการใส่แผ่นน้ำหนักแล้วดึงก้านล็อก ข้อดีคือง่ายต่อการเปลี่ยนหรือเพิ่มแผ่นน้ำหนัก ทำให้ประหยัดเวลา

1.3 แกนล็อกหรือคานล็อก แกนบาร์เบลล์แบบนี้ส่วนปลายของคานจะเรียบเสมอกัน มีตัวล็อกที่เมื่อดึงออกก็สามารถใส่แผ่นน้ำหนักเข้าไปได้เลยแล้วจึงค่อยกดตัวล็อกกลับเข้าไป เพื่อล็อกแผ่นน้ำหนัก

3.22.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Curl Bar หรือ อีซี่บาร์ (EZ bar)

เป็นแกนที่มีลักษณะหยัก จะดีมากสำหรับท่าเล่นกล้ามที่ต้องจับมุมด้านในและใช้ระยะเเคบ เพราะจับได้ถนัดมือ อาทิท่า decline press เป็นต้น

3.33.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Olympic Weightlifting Bar

แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Olympic Weightlifting Bar ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหนักกีฬายกน้ำหนักโดยเฉพาะ สามารถจับได้ถนัดมือ เพิ่มประสิทธิภาพการยกน้ำหนัก และลดการบาดเจ็บจากการแข่งขันในคราวเดียวกัน

3.44.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Trap Bar

ลักษณะของแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Trap Bar เป็น รูป 4 เหลี่ยมคางหมูหรือ 6 เหลี่ยม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นกล้ามจับได้ถนัดมือขึ้น สามารถรักษาความสมดุลของบาร์เบลล์ (Barbell) ได้ดีกว่าบาร์แบบอื่นในกรณีที่แผ่นน้ำหนักมีน้ำหนักมาก

 

3_55.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Safety Squat (Yoke) Bars

แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Safety Squat (Yoke) Bars ถูกออกแบบเป็นพิเศษให้ผู้เล่นกล้ามจับที่แกนได้ถนัดและช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่คอ ไหล่ และหลัง

3_66.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Cambered Bar

แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Cambered Bar เป็นลักษณะโค้งลง ซึ่งผู้เล่นกล้ามที่ต้องการความท้าทายและความยากแกนบาร์เบลล์ประเภทนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง เพราะผู้เล่นต้องรักษาความสมดุลให้ได้มากที่สุด ไม่ให้น้ำหนักแกว่งขณะเล่น

3_77.แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Swiss Bar

แกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์แบบ Swiss Bar เป็นบาร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการออกกำลังกายร่างกายส่วนบนโดยเฉพาะ สามารถเล่นได้ทั้งท่า pressing, rowing, curling, or triceps extensions รวมถึงดีสำหรับผู้เล่นกล้ามที่มีปัญหาเกี่ยวไหล่ หรือผู้ที่เพิ่งกลับมาเล่นหลังจากการบาดเจ็บ

4

การเลือกซื้ออุปกรณ์บาร์เบลล์ (Barbell)

  1. ซื้อทั้งชุด ประกอบด้วย แกนบาร์เบลล์ 1 อัน และแผ่นน้ำหนัก 2 ข้าง
  2. ซื้อแยกชิ้น ประกอบด้วย 1. แกนบาร์เบลล์ 2. น็อตตัวล็อคหัวท้าย และ 3. แผ่นน้ำหนักซ้ายและขวา ซึ่งต้องมีน้ำหนักเท่ากันทั้ง 2 ด้าน

อย่างไรก็ตามแกนบาร์เบลล์หรือคานบาร์เบลล์นี้จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต นั่นหมายความว่าเป็นไปได้สูงทีเดียวที่นักเล่นกล้ามที่หาซื้อบาร์เบลล์ (Barbell) นั้นจำเป็นต้องซื้อส่วนประกอบของบาร์เบลล์ (Barbell) จากที่เดียวกัน เพราะผู้ผลิตจะผลิตตามมาตรฐานของบริษัทตนเองไม่ใช่ตามมาตรฐานสากล หากเป็นไปได้การซื้อบาร์เบลล์ (Barbell) จึงควรซื้อมาในครั้งเดียวทั้งชุดจะดีที่สุด

 

ตัวอย่างการเล่นกล้ามด้วยบาร์เบลล์ (Barbell)

1BarbellCurl

1.การเล่นกล้ามด้วยบาร์เบลล์ (Barbell) ท่า Barbell Curl บริหารกล้ามแขน

ท่านี้เป็นท่าบริหารกล้ามเนื้อแขนส่วนหน้า เริ่มต้นเล่นกล้ามแขนโดยผู้เล่นยืนเท้าห่างกันประมาณไหล่ มือจับแกนบาร์เบลล์ (Barbell) ให้ฝ่ามือหงายออก แขนเหยียดตรง จากนั้นเริ่มบริหารโดยงอข้อศอกเข้าหาตัวจนบาร์เบลล์ (Barbell) อยู่ระดับอกแล้วจึงลดแขนลงเพื่อบริหารซ้ำท่าเดิม

2Finger Curls

2 การเล่นกล้ามด้วยบาร์เบลล์ (Barbell) ท่า Finger Curls เล่นกล้ามแขน

ท่านี้เป็นท่าบริหารกล้ามแขน โดยผู้เล่นนั่งบนม้านั่งออกกำลังกาย เท้าแยกห่างกันกว้างเท่าหัวไหล่ งอข้อศอกทั้งสองข้างไว้ตรงกลางระหว่างขาทั้ง 2 ข้าง จากนั้นจับแกนบาร์เบลล์ (Barbell) และเริ่มบริหารโดยใช้ข้อมือและปลายนิ้วในการเลื่อนบาร์เบลล์ (Barbell) ให้อยู่ที่ปลายนิ้วและเลื่อนกลับ เพื่อเริ่มต้นทำซ้ำท่าเดิมจนครบเซ็ต เซ็ตละ 8-10 ครั้ง

 

3Elevated Back Lunge

3 การเล่นกล้ามด้วยบาร์เบลล์ (Barbell) ท่า Elevated Back Lunge ออกกำลังกล้ามหลัง

ผู้เล่นยืนบนบล็อกหรือแผ่นน้ำหนัก และยกบาร์เบลล์ (Barbell) ไว้ที่หลังส่วนบน ซึ่งให้อยู่ระดับที่ต่ำกว่าคอเล็กน้อย จากนั้นก้าวขาข้างใดข้างหนึ่งถอยหลัง งอเข่าข้างที่อยู่ข้างหน้าให้ตั้งฉาก ส่วนขาหลังย่อลงจนเข่าแตะพื้น จากนั้นดึงเท้ากลับสู่ตำแหน่งเดิมก่อนเริ่มบริหารซ้ำ ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อก้น (Glutes), กล้ามเนื้อขาด้านหน้า (Quadriceps) และ ขาด้านหลัง (Hamstring) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น